กรุงเทพฯ ประเทศไทย – Media OutReach Newswire – 5 มกราคม 2569 – งานอีเวนต์ภายใต้ธีม "AI Empowers New-Gen Intelligent Substations" ได้จัดขึ้นอย่างสำเร็จลุล่วงในกรุงเทพฯ โดยหัวเว่ยได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ของประเทศไทย เปิดตัวโซลูชั่นสถานีไฟฟ้าย่อยอัจฉริยะรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ
William Zhang ประธานฝ่ายธุรกิจองค์กรของหัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวว่า "ระบบไฟฟ้ารุ่นใหม่กำลังเผชิญกับเทรนด์ต่าง ๆ เช่น การผสานพลังงานสีเขียว และการใช้ไฟฟ้าแบบอินเทอร์แอคทีฟ ดิจิทัลและระบบอัจฉริยะจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ในฐานะจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบโครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือโดยรวม โซลูชั่นที่เราเปิดตัวร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะใช้การเชื่อมโยงข้อมูลแบบ optical-visual ร่วมกับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชาญฉลาดและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สถานีย่อยทำงานได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพสูง"
ปานทอง ถินสถิตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (ปฏิบัติโครงข่ายระบบไฟฟ้า) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวเสริมว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของอุตสาหกรรมไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังเร่งให้สถานีย่อยไฟฟ้ามีความชาญฉลาดยิ่งขึ้น ด้วยการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับโฉมบริการด้านพลังงาน เราได้ติดตั้งระบบอัจฉริยะแบบไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำในสถานีไฟฟ้าแล้ว 467 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อรับประกันความปลอดภัยในการดำเนินงาน ในระยะต่อไป เราจะผลักดันระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ขจัดการเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน และบูรณาการเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เสาอัจฉริยะ ระบบจดจำป้ายทะเบียน การติดตามสถานะแบตเตอรี่ และปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สิ่งนี้จะทำให้สถานีย่อยอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศพลังงาน และเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทั้งอุตสาหกรรมได้"
สถานีไฟฟ้าย่อยแบบดั้งเดิมมักเผชิญกับปัญหาหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยที่มีข้อจำกัด การตรวจสอบด้วยแรงงานคนที่ไม่มีประสิทธิภาพและเสี่ยงต่อความผิดพลาด และระบบสายสัญญาณที่ล้าสมัยซึ่งก่อให้เกิดความหน่วงสูงและความเสถียรต่ำ ส่งผลให้การประมวลผลหลายบริการและการจัดตารางงานอัจฉริยะถูกจำกัด โซลูชั่นของหัวเว่ยแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ด้วยความสามารถหลัก 3 ประการ ได้แก่
การป้องกันพื้นที่รอบขอบเขต ระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลทุกสภาพอากาศ
ระบบใช้เทคโนโลยีการตรวจจับด้วยไฟเบอร์ออฟติกร่วมกับอัลกอริทึม AI เพื่อระบุการบุกรุกโดยอัตโนมัติ เชื่อมโยงการทำงานกับอุปกรณ์วิดีโอเฝ้าระวัง และรองรับการตรวจสอบจากระยะไกล ช่วยเปลี่ยนจากการรับมือเหตุการณ์เป็นการป้องกันล่วงหน้า พร้อมการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบตรวจสอบอัจฉริยะเพื่อการบำรุงรักษาด้วยเทคโนโลยี
อัลกอริทึม AI สำหรับการตรวจสอบในหลายสถานการณ์ ผสานกับโมเดล Computer Vision และการทำงานร่วมกันระหว่างคลาวด์และเอดจ์ ช่วยรองรับการอ่านค่ามิเตอร์อัตโนมัติและการแจ้งเตือนการรั่วไหลของน้ำมันหม้อแปลง ทำให้สามารถบริหารจัดการจากระยะไกลแบบเรียลไทม์ และตอบสนองต่อเหตุขัดข้องได้ในระดับนาที
ระบบเชื่อมต่อครบวงจร เครือข่ายการตรวจจับที่ครอบคลุม
เครือข่ายออปติคอลแบบพาสซีฟภายในสถานีไฟฟ้า (PON) ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการติดตั้งได้อย่างมาก เสมือนเป็น "ระบบประสาท" ของโครงข่ายไฟฟ้าที่มอบการเชื่อมต่อความเร็วสูงและมีความเสถียร เพื่อรองรับการปฏิบัติการและบำรุงรักษาอัจฉริยะ
ความสำเร็จจากความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของหัวเว่ยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยและความร่วมมือเชิงระบบนิเวศ ในอนาคต หัวเว่ยจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านพลังงานและพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความอัจฉริยะของภาคพลังงานต่อไป
Hashtag: #Huawei

William Zhang ประธานฝ่ายธุรกิจองค์กรของหัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวว่า "ระบบไฟฟ้ารุ่นใหม่กำลังเผชิญกับเทรนด์ต่าง ๆ เช่น การผสานพลังงานสีเขียว และการใช้ไฟฟ้าแบบอินเทอร์แอคทีฟ ดิจิทัลและระบบอัจฉริยะจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ในฐานะจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบโครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือโดยรวม โซลูชั่นที่เราเปิดตัวร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะใช้การเชื่อมโยงข้อมูลแบบ optical-visual ร่วมกับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชาญฉลาดและบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สถานีย่อยทำงานได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพสูง"
ปานทอง ถินสถิตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (ปฏิบัติโครงข่ายระบบไฟฟ้า) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวเสริมว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของอุตสาหกรรมไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังเร่งให้สถานีย่อยไฟฟ้ามีความชาญฉลาดยิ่งขึ้น ด้วยการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับโฉมบริการด้านพลังงาน เราได้ติดตั้งระบบอัจฉริยะแบบไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำในสถานีไฟฟ้าแล้ว 467 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อรับประกันความปลอดภัยในการดำเนินงาน ในระยะต่อไป เราจะผลักดันระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ขจัดการเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน และบูรณาการเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เสาอัจฉริยะ ระบบจดจำป้ายทะเบียน การติดตามสถานะแบตเตอรี่ และปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สิ่งนี้จะทำให้สถานีย่อยอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศพลังงาน และเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทั้งอุตสาหกรรมได้"
สถานีไฟฟ้าย่อยแบบดั้งเดิมมักเผชิญกับปัญหาหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยที่มีข้อจำกัด การตรวจสอบด้วยแรงงานคนที่ไม่มีประสิทธิภาพและเสี่ยงต่อความผิดพลาด และระบบสายสัญญาณที่ล้าสมัยซึ่งก่อให้เกิดความหน่วงสูงและความเสถียรต่ำ ส่งผลให้การประมวลผลหลายบริการและการจัดตารางงานอัจฉริยะถูกจำกัด โซลูชั่นของหัวเว่ยแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ด้วยความสามารถหลัก 3 ประการ ได้แก่
การป้องกันพื้นที่รอบขอบเขต ระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลทุกสภาพอากาศ
ระบบใช้เทคโนโลยีการตรวจจับด้วยไฟเบอร์ออฟติกร่วมกับอัลกอริทึม AI เพื่อระบุการบุกรุกโดยอัตโนมัติ เชื่อมโยงการทำงานกับอุปกรณ์วิดีโอเฝ้าระวัง และรองรับการตรวจสอบจากระยะไกล ช่วยเปลี่ยนจากการรับมือเหตุการณ์เป็นการป้องกันล่วงหน้า พร้อมการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบตรวจสอบอัจฉริยะเพื่อการบำรุงรักษาด้วยเทคโนโลยี
อัลกอริทึม AI สำหรับการตรวจสอบในหลายสถานการณ์ ผสานกับโมเดล Computer Vision และการทำงานร่วมกันระหว่างคลาวด์และเอดจ์ ช่วยรองรับการอ่านค่ามิเตอร์อัตโนมัติและการแจ้งเตือนการรั่วไหลของน้ำมันหม้อแปลง ทำให้สามารถบริหารจัดการจากระยะไกลแบบเรียลไทม์ และตอบสนองต่อเหตุขัดข้องได้ในระดับนาที
ระบบเชื่อมต่อครบวงจร เครือข่ายการตรวจจับที่ครอบคลุม
เครือข่ายออปติคอลแบบพาสซีฟภายในสถานีไฟฟ้า (PON) ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการติดตั้งได้อย่างมาก เสมือนเป็น "ระบบประสาท" ของโครงข่ายไฟฟ้าที่มอบการเชื่อมต่อความเร็วสูงและมีความเสถียร เพื่อรองรับการปฏิบัติการและบำรุงรักษาอัจฉริยะ
ความสำเร็จจากความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของหัวเว่ยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยและความร่วมมือเชิงระบบนิเวศ ในอนาคต หัวเว่ยจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านพลังงานและพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความอัจฉริยะของภาคพลังงานต่อไป
Hashtag: #Huawei
The issuer is solely responsible for the content of this announcement.

ภาษาไทย
English
แสดงความเห็น