เมื่อ AI ก้าวจากระบบที่ให้คำตอบ สู่ Agent ที่ตัดสินใจและลงมือทำได้ องค์กรจึงต้องรับมือกับความเป็นจริงรูปแบบใหม่ในด้านความมั่นคงปลอดภัย การกำกับดูแล และความรับผิดชอบ
สิงคโปร์, 29 กันยายน 2569 /PRNewswire/ -- AI กำลังก้าวจากระบบที่สร้างคำตอบ ไปสู่ Agent ที่สามารถตัดสินใจและลงมือดำเนินการได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มเข้ามาพลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมขององค์กร งาน GovWare Conference and Exhibition 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2569 จึงรวบรวมผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก เพื่อพิจารณาร่วมกันว่าสิ่งใดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และสิ่งใดต้องยึดถือเอาไว้ ในขณะที่โลกไซเบอร์กำลังเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วแบบ Agentic Velocity

GovWare Conference & Exhibition 2026
GovWare 2026 เตรียมจัดขึ้นที่ Sands Expo and Convention Centre ประเทศสิงคโปร์ ในฐานะเวทีการค้าหลักของงาน Singapore International Cyber Week (SICW) และได้รับการสนับสนุนจาก Cyber Security Agency of Singapore (CSA) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 15,000 คน จากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาค พร้อมด้วยวิทยากรมากกว่า 300 คน และผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 300 รายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
"ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนาจากประเด็นเทคโนโลยีเฉพาะทาง ไปสู่ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ และตอนนี้ AI กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง แต่ด้วยความเร็วที่สูงกว่ามาก" Richard Ireland ซีอีโอของ GovWare กล่าว "เมื่อระบบต่าง ๆ ตัดสินใจและลงมือดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น ไม่มีองค์กรใดสามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้เพียงลำพังอีกต่อไป ดังนั้น ความจำเป็นในการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่น้อยลง"
งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Anchored in Unchanging Principles: Cyber at Agentic Velocity" เพื่อสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยระบบอัจฉริยะกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับสัญญาณ สนับสนุนการตัดสินใจ และกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการ ส่งผลให้ระยะเวลาตั้งแต่การตรวจจับสัญญาณไปจนถึงการตัดสินใจและผลลัพธ์ที่ตามมาสั้นลง ก่อให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับการมอบอำนาจในการตัดสินใจ ดุลยพินิจของมนุษย์ และความรับผิดชอบ
ตลอดระยะเวลาสามวันของงานจะมีการเจาะลึกในประเด็นที่ว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ท่ามกลางความเร็วแบบ Agentic Velocity มีความหมายอย่างไรในทางปฏิบัติ ตั้งแต่การปกป้องระบบหลักจากภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความมั่นคงปลอดภัยและพร้อมรองรับอนาคต ไปจนถึงการเสริมสร้างการกำกับดูแล บุคลากร และความร่วมมือในระดับองค์รวม ขณะที่ความเสี่ยงทางไซเบอร์กำลังก้าวข้ามขอบเขตขององค์กร ภาคส่วน และประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ
วิทยากรมากกว่า 300 คนจะมาร่วมแบ่งปันมุมมองจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ Jonathan Zanger ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Check Point Software Technologies, Therese Quieta หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมระบบประจำ Centre for Advanced Technologies in Online Safety (CATOS) ของ A*STAR, David Koh รองประธานกรรมการของ Ensign InfoSecurity, Bartley Richardson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI และระบบอัตโนมัติของ CrowdStrike, Hoo Chuan Wei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ StarHub, Snehal Antani ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Horizon3.ai, Kavitha Mariappan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเปลี่ยนแปลงองค์กรของ Rubrik และ Amir Ben-Efraim ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ Menlo Security
นอกจากนี้ ภายในงาน GovWare 2026 จะมีการพิจารณาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อภาคส่วนต่าง ๆ ที่การหยุดชะงักทางไซเบอร์อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและสังคม ในการประชุม Critical Information Infrastructure (CII) Forums สำหรับภาคบริการทางการเงินและภาคสาธารณสุข ซึ่งเป็นการประชุมที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม
การประชุมสำหรับภาคการเงิน Financial Services CII Forum จะมุ่งพิจารณาประเด็นการกำกับดูแล AI ความพร้อมหลังยุคควอนตัม ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของเทคโนโลยี และการรักษาความต่อเนื่องของบริการทางการเงินในภาวะหยุดชะงัก โดยมีการจำลองเหตุการณ์ในหัวข้อ "Keeping Money Moving" ขณะที่การประชุมสำหรับภาคสาธารณสุข Healthcare CII Forum จะเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและความต่อเนื่องในการรักษา ครอบคลุมตั้งแต่การนำ AI มาประยุกต์ใช้ ความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน พร้อมด้วยการอภิปรายในหัวข้อ "Keeping Care Running: Operational & Cyber Resilience in Action" ซึ่งจำลองสถานการณ์การรักษาความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยท่ามกลางเหตุหยุดชะงักทางไซเบอร์
นอกเหนือจากการประชุมแล้ว GovWare ยังเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้เข้าร่วมจัดแสดงจากนานาชาติ โดยมีการเปิดพาวิลเลียนของประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สาธารณรัฐเช็ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส รวมถึงอิตาลีซึ่งเปิดพาวิลเลียนเป็นครั้งแรก โดยพาวิลเลียนดังกล่าวรวบรวมบริษัทและขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วยุโรป พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญจากนานาชาติกับชุมชนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน นวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสิงคโปร์จะได้รับการนำเสนอในพื้นที่จัดแสดงที่จัดร่วมกันโดย CyberSG Research & Development Programme Office (CRPO) และ CyberSG Talent, Innovation and Growth (TIG) Collaboration Centre ซึ่งจะรวบรวมผู้พัฒนานวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 10 รายไว้ในพื้นที่จัดแสดงเฉพาะ อาทิ StrongKeep, AI Guardian และ AgentSure เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่ครอบคลุมด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI, ความรับผิดชอบด้าน Agentic AI และความพร้อมหลังยุคควอนตัม สะท้อนให้เห็นว่างานวิจัยและนวัตกรรมจากสิงคโปร์กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้จริง
ตลอดการประชุมและนิทรรศการ GovWare 2026 จะเชื่อมโยงมุมมองจากหลากหลายตลาดและภาคส่วน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่นั้น มีความเชื่อมโยงกันและส่งผลกระทบในระดับโลกมากขึ้น
ขณะนี้เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน GovWare 2026 แล้ว สามารถติดตามกำหนดการล่าสุด รายชื่อวิทยากร และไฮไลต์ของพื้นที่จัดแสดงได้ที่ www.govware.sg
เกี่ยวกับ GovWare Conference and Exhibition
GovWare คือเวทีที่ได้รับความไว้วางใจมานานกว่า 3 ทศวรรษ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักพัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจากทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดและแบ่งปันข้อมูลสำคัญ เราส่งเสริมการเติบโตและนวัตกรรมผ่านองค์ความรู้จากส่วนรวม ความร่วมมือ และการสร้างเครือข่าย ความสำเร็จของเราเกิดขึ้นได้ด้วยความไว้วางใจและการสนับสนุนจากชุมชนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เราได้รับเกียรติให้ดูแลตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงพันธมิตรองค์กรที่มีค่านิยมและพันธกิจร่วมกันในการยกระดับระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น