นิวยอร์ก และเบลวิว รัฐวอชิงตัน, 25 พ.ค. 2569 /PRNewswire/ -- ตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา ชิปทุกตัวที่ถูกสร้างขึ้นล้วนทำงานโดยการส่งข้อมูลไปมาระหว่างหน่วยความจำและหน่วยประมวลผล ซึ่งใช้พลังงานมากกว่า 90% ก่อนที่การคำนวณจริงจะเริ่มต้นเสียอีก ภายในงาน Anker Day ที่นครนิวยอร์กวันนี้ Anker Innovations ประกาศว่า บริษัทได้ทลายข้อจำกัดดังกล่าวสำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภคแล้ว ด้วย THUS™ ชิป AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ตัวแรกของบริษัท ที่สามารถประมวลผลได้โดยตรงภายในหน่วยความจำ NOR Flash โดยไม่ต้องมีการถ่ายโอนข้อมูลอีกต่อไป ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นสถาปัตยกรรมการประมวลผลโครงข่ายประสาทภายในหน่วยความจำ (neural-net compute-in-memory: CIM) ที่นำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ในอุปกรณ์ผู้บริโภคเป็นครั้งแรกของโลก ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่ใช้ชิปดังกล่าวคือ soundcore Liberty 5 Pro ซึ่งได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ในฐานะหูฟัง TWS ที่มีคะแนนคุณภาพเสียงสนทนาได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์จากการวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดย Anker เรียกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ว่า Earbuds That Think หรือ หูฟังอัจริยะที่เข้าใจคุณ

Anker Day in New York
THUS™: ทำลายสมมติฐานการออกแบบชิปที่มีมายาวนาน 80 ปี
ชิปทุกตัวในปัจจุบันมีรากฐานจากสถาปัตยกรรมที่นักคณิตศาสตร์ John von Neumann วางไว้ตั้งแต่ปี 1945 ซึ่งมีหลักการสำคัญคือแบ่งและพิชิต โดยแยกปัญหาออกเป็นขั้นตอนย่อย แปลงเป็นโค้ด และประมวลผลทีละขั้นตอน ทำให้หน่วยความจำและหน่วยประมวลผลถูกแยกออกจากกันทางกายภาพ โปรแกรมจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำ ขณะที่ CPU จะดึงคำสั่งมาประมวลผลทีละรายการ
แต่ AI ได้ทำลายสมมติฐานดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เพราะโครงข่ายประสาทเทียมไม่ได้แก้ปัญหาแบบแบ่งเป็นลำดับขั้น หากแต่ประมวลผลแบบครบวงจรโดยอาศัยพารามิเตอร์ที่เรียนรู้มาหลายล้านหรือหลายพันล้านค่าในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่มีการอนุมาน พารามิเตอร์ทั้งหมดต้องถูกส่งไปกลับระหว่างหน่วยความจำและหน่วยประมวลผล ซึ่งในดาต้าเซ็นเตอร์อาจเป็นเพียงต้นทุนด้านวิศวกรรม แต่สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้แบตเตอรี่เล็กกว่าปลายนิ้ว สิ่งนี้กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะมากกว่า 90% ของพลังงานชิปถูกใช้ไปกับการเคลื่อนย้ายข้อมูลเพียงอย่างเดียว

Anker Thus AI™ Chip
เปิดตัวแพลตฟอร์มชิป AI THUS™
คำตอบของปัญหานี้มีอยู่แล้วในธรรมชาติ เซลล์ประสาทในสมองมนุษย์ไม่ได้แยกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออกจากพื้นที่ประมวลผล แต่ทำทั้งสองอย่างในจุดเดียวกัน THUS™ นำหลักการเดียวกันนี้มาใช้กับซิลิคอน
แทนที่จะถ่ายโอนพารามิเตอร์ของโมเดลระหว่างหน่วยความจำและหน่วยประมวลผลที่แยกจากกัน THUS™ ฝังการประมวลผลลงในเซลล์หน่วยความจำ NOR Flash โดยตรง ทำให้พารามิเตอร์ของโมเดลไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอีกต่อไป พลังงานที่เคยสูญเสียไปกับการเคลื่อนย้ายข้อมูลจึงถูกนำมาใช้กับการประมวลผลจริงแทน นอกจากนี้ การประมวลผลภายในหน่วยความจำ NOR Flash ยังใช้พื้นที่ทางกายภาพเพียงประมาณหนึ่งในหกของทางเลือกที่ใช้ SRAM ทำให้สามารถใช้งานได้จริงในอุปกรณ์ผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่สูง
"ชิป AI ทุกตัวก่อนหน้านี้จะเก็บโมเดลไว้ฝั่งหนึ่ง และทำการประมวลผลอีกฝั่งหนึ่ง ดังนั้นทุกครั้งที่อุปกรณ์คิด มันต้องขนย้ายพารามิเตอร์เหล่านั้นไปมา หลายครั้งต่อวินาที แต่ในทุกการอนุมาน THUS™ นำการคำนวณไปไว้ในที่เดียวกับที่โมเดลถูกเก็บอยู่ โมเดลจึงไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอีกต่อไป"
Steven Yang ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anker Innovations กล่าว

soundcore Liberty 5 Pro & Pro Max
Earbuds That Think: ผลิตภัณฑ์ผู้บริโภครุ่นแรกที่ใช้ AI CIM ของ THUS™
soundcore Liberty 5 Pro และ soundcore Liberty 5 Pro Max คือสองผลิตภัณฑ์แรกที่มาพร้อมชิป THUS™ โดยแนวคิดของผลิตภัณฑ์สร้างขึ้นบนความสามารถด้านอัจฉริยะสามชั้นในตัวอุปกรณ์ ได้แก่ การเข้าใจ การปรับตัว และการปรับแต่งเสียง โดยแต่ละชั้นแสดงถึงความสามารถที่หูฟังยุคก่อนยังไม่สามารถทำได้จริง จนกระทั่ง AI แบบโครงข่ายประสาทมีศักยภาพเพียงพอในระดับนี้
เข้าใจผู้ใช้ — อิสระทุกการโทร คมชัดทุกบทสนทนา / ปิดจบทุกการประชุมด้วยสรุปที่แม่นยำ ไม่ใช่โน้ตที่ยุ่งเหยิง
ในเดือนเมษายน 2569 soundcore Liberty 5 Pro ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ในฐานะ "หูฟัง TWS ที่มีคะแนนคุณภาพเสียงพูด (G-MOS) สูงที่สุด" จากการทดสอบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนความสามารถของหูฟังในการเข้าใจเสียงผู้พูดอย่างแท้จริง โดย Liberty 5 Pro Max ใช้ฮาร์ดแวร์หูฟังแบบเดียวกันจึงให้ประสิทธิภาพในการคุยสายที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว คือระบบที่ถูกคิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ฐานราก หูฟังทั่วไปมักพึ่งพาเพียงชุดไมโครโฟนในการแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทั้งสองสัญญาณใช้ตัวกลางเดียวกันคืออากาศ ส่งผลให้การแยกเสียงออกจากกันอย่างแม่นยำทำได้ยากขึ้น เมื่อสภาพแวดล้อมทางเสียงมีความดังหรือซับซ้อนมากขึ้น
Liberty 5 Pro และ Liberty 5 Pro Max ใช้ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะมากถึง 10 ตัว ประกอบด้วยไมโครโฟน MEMS จำนวน 8 ตัวและเซ็นเซอร์นำเสียงผ่านกระดูก (bone conduction) จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานร่วมกับโมเดลโครงข่ายประสาทขนาดใหญ่ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรงผ่านชิป THUS™ ชุดไมโครโฟน MEMS จะเก็บข้อมูลเสียงรอบตัวทั้งหมด ขณะที่เซ็นเซอร์การนำเสียงผ่านกระดูกจะตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากกระดูกกะโหลกของผู้พูด ซึ่งเป็นสัญญาณที่เชื่อมโยงกับเสียงพูดโดยตรงและไม่ถูกรบกวนจากเสียงในอากาศ ชิป THUS™ จะเปรียบเทียบข้อมูลทั้งสองชุดพร้อมกัน เพื่อแยกเสียงพูดได้แม่นยำกว่าระบบที่ใช้เพียงไมโครโฟนทั่วไปอย่างมหาศาล ช่วยให้คุณคุยสายได้อย่างอิสระ และปลายสายได้ยินเสียงคุณชัดเจนในทุกสถานการณ์
ผู้ช่วยจดโน้ต AI (ใน Liberty 5 Pro Max)
Liberty 5 Pro Max ขยายความสามารถด้านการเข้าใจไปสู่การประชุม โดยเคสชาร์จที่มาพร้อมจอ AMOLED ขนาด 1.78 นิ้ว สามารถบันทึกการประชุมได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์ ก่อนสร้างบทถอดเสียง การระบุผู้พูด และรายการสิ่งที่ต้องทำผ่านแอป soundcore หน่วยความจำแฟลชในตัวขนาด 512MB รองรับการบันทึกภายในได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ระบบถอดเสียงบนคลาวด์จะลบไฟล์เสียงทันทีหลังเสร็จสิ้น และข้อมูลในเครื่องถูกเข้ารหัสด้วย AES-256 ขณะที่การส่งข้อมูลทั้งหมดใช้ TLS 1.3 ประชุมจบพร้อมแผนงาน ไม่ใช่โน้ตที่ยุ่งเหยิง
ปรับตัวได้ — โฟกัสทันที สวมใส่สบายตลอดวัน
ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ Adaptive ANC 4.0 ตรวจจับเสียงรบกวนภายนอกและเสียงที่เล็ดลอดภายในหูด้วยอัตรา 384,000 ตัวอย่างต่อวินาที พร้อมปรับระดับการตัดเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์ตามประเภทของเสียง ทั้งเสียงสั่นสะเทือนความถี่ต่ำ เสียงบรรยากาศในสำนักงาน และเสียงพูดความถี่สูง ขณะเดียวกันยังช่วยลดแรงดันภายในหูที่มักเกิดจาก ANC แบบคงที่ ทำให้ลดความล้าระหว่างใช้งานต่อเนื่องได้ โดยบริษัทระบุว่ามีประสิทธิภาพการตัดเสียงลึกกว่า Liberty 4 Pro สูงสุดถึง 2 เท่า
ปรับแต่งเสียง — เสียงบริสุทธิ์ ในแบบที่ใช่
ระบบ HearID 5.0 จะสร้างโปรไฟล์เสียง EQ เฉพาะบุคคลจากการทดสอบการได้ยินผ่านแอป ขณะที่ AI Sound Enhancement จะสร้างรายละเอียดความถี่เสียงที่สูญหายจากการบีบอัดบลูทูธกลับคืนมา โดยฟื้นฟูคุณภาพเสียงได้สูงสุดถึง 65% ของข้อมูลที่มักสูญเสียไปในการส่งสัญญาณไร้สาย
ทั้งสองรุ่นรองรับ Multipoint เชื่อมต่อพร้อมกันได้ 3 อุปกรณ์ รองรับ Apple Find My, Google Fast Pair, มาตรฐานกันฝุ่นและน้ำ IP55 และบลูทูธ 6.1 แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 6.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และรวมสูงสุด 28 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
ราคาและการวางจำหน่าย
Liberty 5 Pro วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 5,999 บาท ผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยมีสี Pearl Blue, Pearl White, Midnight Black และ Rose Gold
Liberty 5 Pro Max วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 7,999 บาท ผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยมีสี Titanium-Gold และ Black
15 ปี หนึ่งคำมั่นสัญญา
ซีรีส์ Liberty 5 Pro เปิดตัวในช่วงเวลาสำคัญของ Anker Innovations โดยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา soundcore ดำเนินงานภายใต้คำมั่นสัญญาเดียวคือ "Seeking Ultimate Innovation" (แสวงหานวัตกรรมขั้นสูงสุด) เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเสียงระดับสูง พร้อมการรับประกันนาน 18 เดือน
เกี่ยวกับ soundcore
soundcore เป็นแบรนด์ด้านเสียงอัจฉริยะภายใต้ Anker Innovations ที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ด้านภาพและเสียงที่สมจริง ผ่านหูฟังไร้สาย ลำโพงบลูทูธสำหรับใช้งานภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงโปรเจกเตอร์ความละเอียดสูง ปัจจุบัน soundcore เป็นแบรนด์หูฟังไร้สายอันดับ 1* ของโลกในด้านปริมาณการจัดส่งในกลุ่มแบรนด์เครื่องเสียงพรีเมียมกระแสหลัก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.soundcore.com
เกี่ยวกับ Anker Innovations
Anker Innovations คือบริษัทเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมขั้นสูงสุด พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยให้ผู้คนมีพลังในการใช้ชีวิต สร้างสรรค์ เชื่อมต่อ และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระยิ่งขึ้น บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2554 (ค.ศ. 2011) และปัจจุบันให้บริการผู้บริโภคมากกว่า 200 ล้านคนใน 146 ประเทศและภูมิภาค ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ anker.com
โลโก้ Anker เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Anker Innovations
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อความในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ อาจรวมถึงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตหรือผลประกอบการทางการเงินของบริษัทในอนาคต บริษัทขอเตือนว่าข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ และผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างออกไปอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทขอสงวนสิทธิทั้งหมด
[1] ตัวเลขประสิทธิภาพทั้งหมดอ้างอิงจากการทดสอบภายในห้องปฏิบัติการของ Anker โดยตัวเลขพลังการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น 150 เท่า ใช้เฉพาะกับงานตัดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม และสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก DSP แบบอิงกฎ (rule-based DSP) ไปสู่การประมวลผล AI แบบโครงข่ายประสาท ทั้งนี้ ไม่ใช่การอ้างประสิทธิภาพโดยรวม และไม่ได้สะท้อนถึงการอัปเกรด process node ของชิป
soundcore Liberty 5 Pro ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ในเดือนเมษายน 2569 ในฐานะ "หูฟัง TWS ที่มีคะแนนคุณภาพเสียงพูด (G-MOS) สูงที่สุด (จากการทดสอบเชิงวัตถุ)"
[2] ที่มา: Euromonitor International (Shanghai) Co., Ltd. โดยพิจารณาจากปริมาณการจัดส่งหูฟังไร้สายทั่วโลกของแบรนด์เครื่องเสียงพรีเมียมกระแสหลักในปี 2568 ซึ่งแบรนด์เครื่องเสียงพรีเมียมกระแสหลักหมายถึงแบรนด์ที่มีรายได้อย่างน้อย 75% มาจากอุปกรณ์เครื่องเสียง (เช่น หูฟัง ลำโพง ฯลฯ) และมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของแบรนด์ระดับกลางถึงระดับสูงในด้านราคา การวางตำแหน่งแบรนด์ และช่องทางจัดจำหน่าย ส่วนหูฟังไร้สายหมายถึงหูฟังที่จับคู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) ผ่านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย (เช่น บลูทูธ) โดยการวิจัยเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2569

ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น