![]() |
ช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อข้ามทวีปได้อย่างราบรื่น ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย มีความเร็วสูง ปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น จัดการได้ด้วยตนเอง และมีค่าความหน่วงต่ำ
มุมไบ, อินเดีย, 7 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ -- ในวันนี้ Tata Communications ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ประกาศถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำผ่านการเข้าซื้อสิทธิความจุของใยแก้วนำแสงในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชันการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์กลาง AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่ เมืองมุมไบและเมืองเจนไนของประเทศอินเดีย กับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบนิเวศด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของเอเชีย การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการด้านแบนด์วิดท์ที่เพิ่มสูงขึ้น และความต้องการรับส่งข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขององค์กรต่าง ๆ ทั่วทั้งเอเชีย รวมถึงรองรับการขยายการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลกในอนาคต
Tata Communications กำลังยกระดับขีดความสามารถของ Tata Global Network (TGN) โดย:
- ผสานรวมระบบเคเบิลใต้น้ำใหม่ระหว่างเมืองมุมไบและประเทศสิงคโปร์
- ลงทุนในฐานะสมาชิกของกลุ่มผู้ร่วมลงทุน (consortium) ในระบบเคเบิลใต้น้ำแห่งใหม่ ที่เชื่อมต่อเมืองเจนไนกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการ (RFS) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2572
เส้นทางเคเบิลใต้น้ำระหว่างอินเดียและสิงคโปร์กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเส้นทางดิจิทัลที่สำคัญที่สุดของโลกในอนาคต โดยจะเป็นเส้นทางการเชื่อมต่อที่มีความจุสูงและมีค่าความหน่วงต่ำ ซึ่งจะรองรับการรับส่งข้อมูลที่สำคัญขององค์กร ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการระดับโลกหรือ Hyperscaler ระหว่างอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตลาดทั่วโลก การเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย TGN ของบริษัทจะช่วยให้ Tata Communications สามารถส่งมอบบริการการเชื่อมต่อที่มีความหลากหลาย คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า โดยการลงทุนเหล่านี้จะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของระบบนิเวศศูนย์ข้อมูล (Data Centre: DC) พร้อมมอบการเชื่อมต่อที่สามารถขยายขนาดได้ มีความน่าเชื่อถือ และพร้อมรองรับอนาคต เพื่อมอบบริการให้แก่บริษัทต่าง ๆ สำหรับการเชื่อมโยงระหว่างอินเดียและสิงคโปร์
"ในขณะที่ความต้องการบริการดิจิทัลและบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั่วโลกยังคงเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อมรองรับอนาคตในระดับขนาดใหญ่" Genius Wong รองประธานบริหารฝ่าย Core and Next-Gen Connectivity Services และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Tata Communications กล่าว "ด้วยการผสานการเพิ่มขีดความสามารถของเคเบิลใต้น้ำเข้ากับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เรากำลังเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการขยายตัว และประสิทธิภาพของโซลูชันการเชื่อมต่อ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าตลอดหนึ่งในเส้นทางดิจิทัลที่มีการรับส่งข้อมูลหนาแน่นและคับคั่งที่สุดของโลก การยกระดับเหล่านี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของ Tata Communications ในการขยายเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำทั่วโลก ส่งมอบโซลูชันที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า และเสริมสร้างบทบาทของอินเดียในฐานะศูนย์กลางดิจิทัล (Digital Hub) ของโลก"
ระบบเคเบิลดังกล่าวจะเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายใยแก้วนำแสงภาคพื้นดินในอินเดียของ Tata Communications เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ รวมถึงเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลอีกมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เมื่อทำงานร่วมกับเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำระดับโลก Tata Communications Global TGN Subsea Network ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของชุดโซลูชันการเชื่อมต่อ IZO™ แบบครบวงจร อาทิ IZO™ DC Dynamic Connectivity และโซลูชัน IZO™ Multi-cloud Connectivity ซึ่งมอบความสามารถในการกู้คืนการทำงานของเครือข่ายโดยอัตโนมัติ (self-healing) การเชื่อมต่อที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา (always-on) และการจัดสรรบริการด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ (self-provisioning) ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศของศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ ลูกค้าจะสามารถเปิดใช้งานและผสานรวมขีดความสามารถเหล่านี้เข้ากับเครือข่ายของตนได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวตามความต้องการ
ทั้งนี้ Tata Communications Network Fabric ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของพอร์ตโฟลิโอบริษัท โดยดำเนินงานเครือข่ายใยแก้วนำแสงใต้น้ำที่บริษัทเป็นเจ้าของทั้งหมด ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สุด โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมสายใยแก้วนำแสงใต้น้ำมากกว่า 500,000 กิโลเมตร และเครือข่ายใยแก้วนำแสงภาคพื้นดินมากกว่า 200,000 กิโลเมตร
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการเชื่อมต่อสำหรับองค์กรทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่นของโลก โดยในปี 2568 Tata Communications ได้ผสานรวมเคเบิลใต้น้ำ TGN IA2 (Tata Global Network – Intra-Asia 2) เข้ากับเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยลดค่าความหน่วงเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล เสริมความน่าเชื่อถือของเครือข่ายด้วยความสามารถในการสำรองเส้นทาง (redundancy) ที่สูงขึ้น และเพิ่มความหลากหลายของเส้นทางเครือข่ายผ่านการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับ TGN IA
เกี่ยวกับ Tata Communications
Tata Communications (NSE: TATACOMM) (BSE: 500483) ซึ่งอยู่ในเครือ Tata Group เป็นผู้ให้บริการระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบันในกว่า 190 ประเทศและภูมิภาค บริษัทเป็นผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจ โดยช่วยเหลือองค์กรทั่วโลกในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้วยโซลูชันการทำงานร่วมกันและเชื่อมต่อถึงกัน การเชื่อมต่อหลักและการเชื่อมต่อยุคใหม่ คลาวด์โฮสติ้งและโซลูชันความปลอดภัย ไปจนถึงบริการด้านสื่อต่าง ๆ บริษัทที่ติดอันดับฟอร์จูน 500 กว่า 300 รายเป็นลูกค้าของ Tata Communications ขณะเดียวกัน บริษัทยังเชื่อมโยงธุรกิจต่าง ๆ เข้ากับบริษัทคลาวด์ยักษ์ใหญ่ของโลก 80% โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tatacommunications.com
X | LinkedIn | YouTube | Instagram
ข้อความคาดการณ์อนาคตและคำเตือน
ถ้อยคำและถ้อยแถลงบางส่วนในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Tata Communications และแนวโน้มในอนาคตของบริษัท รวมถึงถ้อยแถลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฐานะการเงินที่คาดการณ์ไว้ของ Tata Communications กลยุทธ์ทางธุรกิจ การพัฒนาในอนาคตด้านการดำเนินงานของ Tata Communications และเศรษฐกิจทั่วไปในอินเดีย ล้วนเป็นข้อความคาดการณ์อนาคตทั้งสิ้น ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทั้งที่ทราบและไม่ทราบ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ รวมถึงปัจจัยด้านการเงิน กฎข้อบังคับ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมและการคาดการณ์แนวโน้ม ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงของ Tata Communications หรือผลลัพธ์ของอุตสาหกรรม แตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือบอกเป็นนัยในข้อความคาดการณ์อนาคตดังกล่าว ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากข้อความคาดการณ์อนาคตดังกล่าว ได้แก่ ความล้มเหลวในการเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายของ Tata Communications ความล้มเหลวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างกำไรที่ยอมรับได้ ความล้มเหลวในการทดสอบเชิงพาณิชย์สำหรับเทคโนโลยีและระบบข้อมูลใหม่เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เช่น บริการส่งสัญญาณเสียง ความล้มเหลวในการรักษาเสถียรภาพหรือชะลออัตราการถูกกดราคาของบริการสื่อสารบางประเภทของบริษัท ความล้มเหลวในการบูรณาการการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของรัฐบาลหรือกฎระเบียบของอินเดีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอุตสาหกรรมของ Tata Communications ไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเครดิตโดยทั่วไปในอินเดีย ปัจจัยเพิ่มเติมที่อาจทำให้ผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากข้อความคาดการณ์อนาคตดังกล่าวหลายประการมิได้อยู่ในการควบคุมของ Tata Communications ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่ที่ปัจจัยเสี่ยงที่ระบุในรายงานประจำปีของ Tata Communications Limited
อ่านรายงานประจำปีของ Tata Communications Limited ได้ที่ www.tatacommunications.com Tata Communications ไม่มีข้อผูกมัดและปฏิเสธข้อผูกมัดใด ๆ อย่างชัดแจ้งในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อความคาดการณ์อนาคต © 2026 Tata Communications Ltd. สงวนลิขสิทธิ์ TATA COMMUNICATIONS และ TATA เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท Tata Sons Private Limited เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ของบุคคลที่สามเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง
โลโก้: https://mma.prnasia.com/media2/2811674/5597391/Tata_Communications_Logo.jpg?p=medium600

ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น