บาหลี, อินโดนีเซีย, 14 ส.ค. 2569 /PRNewswire/ --
Huawei จัดงาน Huawei Network Summit 2026 Asia-Pacific ที่บาหลีในวันนี้ โดยมีผู้นำในภาคอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และพันธมิตรในระบบนิเวศกว่า 500 รายเข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายท่ามกลางการใช้งานเอเจนต์ AI ในวงกว้าง ในงานดังกล่าว Huawei ได้เปิดตัว Xinghe Intelligent Network Solution ที่ได้รับการยกระดับสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้แนวคิดใหม่ "การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและชาญฉลาด" (Secure and Intelligent Connectivity) ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Huawei ในการร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรขับเคลื่อนความอัจฉริยะเต็มรูปแบบในทุกภาคอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน เอเจนต์ AI กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในประเทศต่าง ๆ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม และไทย โดยถูกนำไปใช้ในกรณีต่าง ๆ เช่น การแพทย์อัจฉริยะ การควบคุมความเสี่ยงทางการเงิน และการบริหารจัดการเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ในวงกว้างก็ก่อให้เกิดความท้าทายใหม่ต่อเครือข่าย ประการแรก เมื่อเอเจนต์ AI แทรกซึมเข้าสู่กระบวนการทางธุรกิจหลัก ความไม่เสถียรของเครือข่ายจะส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ประการที่สอง การโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพิ่มขึ้นถึง 327% ส่งผลให้ระบบป้องกันแบบดั้งเดิมต้องรับภาระมากขึ้น

Leon Wang, President of Huawei Data Communication Product Line, giving a speech
Leon Wang ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของ Huawei กล่าวว่า "กระแส AI ทั่วโลกกำลังปรับเปลี่ยนทุกอุตสาหกรรม และกำลังผลักดันเครือข่ายเข้าสู่กระบวนทัศน์ที่มี AI เป็นศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่บนสี่เสาหลัก ได้แก่ การประมวลผลแบบไร้การสูญเสีย (lossless compute) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โทเคนให้สูงสุด การผสานการรับรู้เข้ากับการสื่อสาร เพื่อทำให้โลกกายภาพได้รับประโยชน์จาก AI อย่างรวดเร็ว การรักษาความปลอดภัยแบบครอบคลุมทุกมิติ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมีประสิทธิภาพ และความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติของเครือข่ายในระดับสูง เพื่อให้บริการทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา"

Zac Chow, Vice President of Huawei Asia Pacific Enterprise Sales Dept, delivering a speech
Zac Chow รองประธานฝ่ายการขายลูกค้าองค์กรประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Huawei กล่าวว่า "เมื่อโมเดลต่าง ๆ แข่งขันกัน โทเคนเพิ่มขึ้น และเอเจนต์ทำงานอย่างอัตโนมัติ แอปพลิเคชันจะมีความอัจฉริยะมากขึ้นและทำงานบนแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ขณะที่เครือข่ายก็จะกลายเป็น AI-native และทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเอเจนต์อัจฉริยะ Huawei กำลังสร้างเครือข่ายแบบหลอมรวมที่มี AI เป็นศูนย์กลาง และทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อมอบรากฐานเครือข่ายที่รองรับการส่งข้อมูลประสิทธิภาพสูงแบบไร้การสูญเสียและประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชันที่รวดเร็วเป็นพิเศษให้แก่ลูกค้าในภาครัฐ การเงิน อินเทอร์เน็ต และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเร่งการสร้างความอัจฉริยะให้แก่อุตสาหกรรม และร่วมกันสร้างอนาคตที่เชื่อมโยงและชาญฉลาดยิ่งขึ้นสำหรับเอเชียแปซิฟิก"

John Cai, Vice President of Huawei Data Communication Product Line, delivering a speech
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเอเจนต์ AI ก่อให้เกิดความท้าทายต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยของเครือข่าย John Cai รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของ Huawei กล่าวว่า "Huawei ได้ยกระดับ Xinghe Intelligent Network Solution ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่ของ 'การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและชาญฉลาด' ประการแรกคือการยกระดับด้านความอัจฉริยะ โดยขยายบทบาทของ AI จากการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ไปสู่เครือข่ายทั้งหมด ประการที่สองคือการยกระดับด้านความปลอดภัย จากการป้องกันแบบจุดเดียวไปสู่การปกป้องแบบครบวงจรที่ผสานเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการยกระดับสถาปัตยกรรมเหล่านี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างรากฐานการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งสำหรับทุกองค์กรในยุค Agentic AI และช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกระแส AI"
Xinghe Intelligent Network Solution ที่ได้รับการยกระดับของ Huawei ครอบคลุม Xinghe AI Fabric 2.0, Xinghe Intelligent WAN, Xinghe AI Campus และ Xinghe AI Network Security
Xinghe AI Fabric 2.0
เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านเสถียรภาพของบริการในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ประกอบด้วยอุปกรณ์จากหลายผู้ผลิต Huawei ได้ยกระดับ StarryWing Digital Map และ Rock-Solid Architecture ด้วยเทคโนโลยี AI จำนวนมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี xFlow ที่ช่วยวิเคราะห์การไหลของข้อมูลแบบครบวงจรอย่างชาญฉลาด ทำให้สามารถระบุขอบเขตของความขัดข้องได้ภายในหนึ่งนาที ลดความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับปัญหาเครือข่าย ขณะที่ AI Eagle-Eye Engine สามารถมองเห็นคุณภาพของกระแสโฟลว์บริการจำนวน 200,000 รายการแบบเรียลไทม์ และวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของความขัดข้องได้ภายในไม่กี่นาที ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมาก
สำหรับสถานการณ์การประมวลผล AI นั้น Hyper-Converged Fabric (HCF) ของ Huawei สามารถทำอัตราการส่งข้อมูลทั่วทั้งเครือข่ายได้มากกว่า 98% พร้อมเพิ่ม Inference Tokens Per Second (TPS) ได้ 20% ขณะที่สวิตช์สำหรับการประมวลผล AI ของ Xinghe ที่ติดตั้ง iFlashboot 2.0 สามารถรีบูตอุปกรณ์ได้ภายในเพียง 5 วินาที ช่วยให้บริการทำงานต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก นอกจากนี้ โมดูลออปติคัล StarryLink ยังสามารถตรวจจับปัญหาการปนเปื้อนและการหลวมของเส้นใยนำแสงได้ภายในหนึ่งนาที ลดเหตุการณ์การหยุดชะงักของการอนุมานลง 90% และช่วยเร่งการเข้าถึง AI อย่างทั่วถึงผ่านเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ
Xinghe Intelligent WAN
เครือข่าย WAN ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว Huawei ได้สร้างระบบป้องกันความปลอดภัยแบบหลายมิติ ซึ่งขยายการปกป้องอย่างไร้รอยต่อจากอุปกรณ์ไปจนถึงวงจรสื่อสารส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบอร์ดรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะของ Huawei สามารถตรวจจับความผิดปกติหลายมิติในไฟล์ หน่วยความจำ และระบบแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงแบบต่อเนื่อง (Advanced Persistent Threats: APTs) ได้อย่างแม่นยำ แตกต่างจากโซลูชันแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้อุปกรณ์ Quantum Key Distribution (QKD) ภายนอก บอร์ดความปลอดภัยควอนตัม QKD ของ Huawei ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทแรกในอุตสาหกรรม สามารถติดตั้งลงบนเราเตอร์ได้โดยตรง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเงินลงทุนโดยรวมได้มากกว่า 60% และช่วยสร้าง WAN ที่มีความทนทานสูงและรองรับการป้องกันภัยคุกคามในยุคควอนตัม
สำหรับบรอดแบนด์ภายในบ้าน การเพิ่มขึ้นของทราฟฟิกที่เข้ารหัสทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ควบคุมได้ยาก และทำให้ข้อร้องเรียนรวมถึงอัตราการยกเลิกบริการเพิ่มขึ้น Huawei จึงนำ Xingluo Identification Engine มาใช้ ซึ่งสามารถระบุทราฟฟิกที่เข้ารหัสได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า 95% นอกจากนี้ user tags และอัลกอริทึมการจัดทำโปรไฟล์ลูกค้าอัจฉริยะยังช่วยให้การหาลูกค้าใหม่มีความแม่นยำถึง 90% ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริการบรอดแบนด์ภายในบ้าน
Xinghe AI Campus
Xinghe AI Campus Solution ของ Huawei สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรด้วยนวัตกรรมหลากหลายด้าน ในด้านระบบไร้สาย การประสานงานระหว่างจุดกระจายสัญญาณ (AP) หลายจุดด้วย Wi-Fi 7 Advanced สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้เป็นสองเท่า ขณะที่สวิตช์ multi-GE ครบทุกซีรีส์และการอนุญาตใช้งาน (right-to-use: RTU) แบบยืดหยุ่น ช่วยลด TCO ได้มากกว่า 30% ในด้านความปลอดภัย การระบุอุปกรณ์ปลายทางด้วย AI clustering สามารถตรวจจับอุปกรณ์ปลายทางแบบไม่อัจฉริยะ (dumb terminals) ได้ด้วยความแม่นยำ 95% ขณะที่ระบบตรวจจับความผิดปกติอัจฉริยะ (SmartAD) สามารถบล็อกความผิดปกติได้ภายในไม่กี่วินาที Wi-Fi Shield และ Post-Quantum Cryptography (PQC) ช่วยรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ ส่วนเทคโนโลยี Wi-Fi Channel State Information (CSI) sensing ช่วยให้ iGuard APs สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในด้านการดำเนินงานและบำรุงรักษาเครือข่าย มนุษย์ดิจิทัล AI สามารถดูแลเครือข่ายภายในองค์กรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ APs ที่รองรับ AI sensing สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ ด้วยอัลกอริทึมการเรียนรู้แบบเสริมกำลังหลายวัตถุประสงค์ (multi-objective reinforcement learning) ระบบสามารถแก้ไขความขัดข้องได้ถึง 80% โดยอัตโนมัติภายใน 30 วินาที ก่อให้เกิดโซลูชันด้านการทำงานแบบอัตโนมัติของเครือข่ายแห่งแรกของอุตสาหกรรม
Xinghe AI Network Security
จากการวิจัยพบว่า 71% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกมองว่า AI เป็นความกังวลอันดับหนึ่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล และ 81% เคยประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ API เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว Huawei เสนอแนวคิด "สู้กับ AI ด้วย AI" และได้ยกระดับ AI firewall ด้วยสถาปัตยกรรมการป้องกันสามชั้น โดยเฉพาะ AI Core ที่ติดตั้งอยู่ภายในระบบ สามารถตรวจจับภัยคุกคามที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ด้วยความแม่นยำ 95% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึงสองเท่า ขณะที่ HiSec AI-Guard ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ความหมายจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ สามารถตรวจจับการโจมตี เช่น prompt injection ได้อย่างแม่นยำ โดยมีอัตราการตรวจจับสูงกว่า 95% เมื่อทำงานร่วมกัน ความสามารถเหล่านี้จะสร้างมาตรฐานพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งสำหรับยุคแห่งความอัจฉริยะ
Huawei ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครือข่าย eKit SME Network ใหม่กว่า 20 รายการ ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ AR580 (ซึ่งเป็นเกตเวย์แบบหลอมรวมที่ปลอดภัยสำหรับสำนักงาน), S630 (ซึ่งเป็นสวิตช์ all-optical ขนาด 10GE) และ AP637H & DF10 (ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับตรวจจับ spycam) โดยทั้งหมดได้รับการยกระดับทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เหมาะสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น สำนักงานอัจฉริยะ ร้านค้าปลีก สถานศึกษา และโรงแรม โดยมอบประสบการณ์ใหม่ด้านการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและชาญฉลาดให้แก่ SMEs
ภายในงาน Huawei พร้อมด้วยลูกค้าและพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังได้ร่วมกันเผยแพร่สมุดปกขาว Huawei AI Firewall (AIFW) Technology White Paper และ High-Quality 10 Gbps AI Campus Technical and Standard White Paper เอกสารทั้งสองฉบับนำเสนอวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของ AI firewall พร้อมให้แนวทางอย่างเป็นระบบสำหรับการสร้าง AI campus ที่มีความอัจฉริยะและปลอดภัย
ในอนาคต Huawei จะยังคงมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ "AI เพื่อทุกคน ทุกสิ่งบนโครงข่าย IP ที่ปลอดภัย" (AI for All, All on Secure IP) และพัฒนา Xinghe Intelligent Network Solution อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด "การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและชาญฉลาด" เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความอัจฉริยะไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตร

ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น