ฮ่องกง, 20 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ -- ที่การประชุม CEO Conference โดยสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าแห่งเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกตะวันตก (AESIEAP) เมื่อไม่นานมานี้ คุณ David Sun ซีอีโอกลุ่มธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมไฟฟ้าของ Huawei ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "AI and Energy Empowering Each Other, Intelligence Unlocking a New Future for Electric Power" (AI และพลังงาน สองพลังขับเคลื่อนซึ่งกันและกัน นวัตกรรมอัจฉริยะปลดล็อกอนาคตใหม่แห่งพลังงานไฟฟ้า) คุณ Sun ได้แสดงทัศนะต่อกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลกที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างว่า ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำคือสมรภูมิหลักของการใช้เทคโนโลยี AI พร้อมกันนี้ยังได้วิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรมในปัจจุบันอย่างเจาะลึก และนำเสนอวิสัยทัศน์ทางกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างขีดความสามารถหลัก 6 ด้าน ผลักดันมาตรฐานเชิงระบบ และพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นการกำหนดทิศทางสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไฟฟ้าสู่ยุคดิจิทัลอัจฉริยะ


ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ: ปัญหาคอขวดในการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน

เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ในพิธีเปิดการประชุมสภาระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ระหว่างประเทศ (CIGRE) ณ กรุงปารีส ผู้แทนจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้ากำลังกลายเป็นปัญหาคอขวดในการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานทั่วโลก ซึ่งคุณ Sun เชื่อว่า ความท้าทายที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การบริหารจัดการและความโปร่งใสของระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ ปัจจุบัน ประชากรทั่วโลกราว 700 ล้านคนยังคงขาดโอกาสในการเข้าถึงไฟฟ้า โดยในจำนวนนี้เกือบ 50 ล้านคนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ทำให้การเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าอย่างทั่วถึงกลายเป็นภารกิจระยะยาว ในขณะเดียวกัน กำลังการผลิตติดตั้งของระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายตัวในจีนกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และคาดว่าจะทะลุหลัก 1 พันล้านกิโลวัตต์ภายในปี 2573 การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้การบริหารจัดการบริการไฟฟ้าแรงดันต่ำอย่างเป็นระบบกลายเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นความสำคัญของธุรกรรมในตลาดพลังงานไฟฟ้า

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำที่มีมานานนับศตวรรษ คุณ Sun ได้เน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างขีดความสามารถหลัก 6 ด้าน โดยยึดความโปร่งใสของระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำเป็นแกนกลาง ได้แก่ การมองเห็นได้ การวัดผลได้ การควบคุมได้ การปรับเปลี่ยนได้ การซื้อขายได้ และการตรวจสอบย้อนกลับได้ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการพลิกโฉมแนวทางในการดำเนินงานด้วย

สถาปัตยกรรมแบบเปิดและรากฐานทางเทคโนโลยีที่มั่นคง

คุณ David Sun เปิดเผยว่า รูปแบบการผลิตคือปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุด แม้ขีดความสามารถทางวิชาชีพจะยังคงมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การผนึกกำลังขีดความสามารถเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการใช้งานของลูกค้า และขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงาน

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า โครงข่ายการสื่อสารเป้าหมายคือกุญแจสำคัญ เพราะหากไม่มีการสื่อสาร ทุกอย่างก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลก 2 ประการ ได้แก่ ความโปร่งใสของระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ และการหลอมรวมโครงข่ายระบบไฟฟ้าแรงดันปานกลาง

สำหรับสถาปัตยกรรมดิจิทัลนั้น เขาได้เน้นย้ำการออกแบบโครงสร้างแบบแบ่งชั้น แยกส่วนการทำงาน และแยกเป็นโมดูล ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกันระหว่างคลาวด์ เอดจ์ และอุปกรณ์ ตามความต้องการใช้งานทั้งในส่วนของแอปพลิเคชันและข้อมูล

ท้ายที่สุด การนำข้อมูลคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์มาต่อยอดนั้น จะช่วยให้ AI เข้าไปผสานการทำงานอย่างลึกซึ้งในทุกกระบวนการของระบบไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิต และการบริการลูกค้าอย่างครอบคลุมทุกมิติ พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับภาคธุรกิจ

ผนวกรวม AI เข้ากับระบบปฏิบัติการไฟฟ้าอย่างล้ำลึก

ขณะที่ขึ้นกล่าวแสดงทัศนะ คุณ David Sun ได้แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จจากการนำ AI มาใช้จริงในระบบปฏิบัติการไฟฟ้าแรงดันต่ำ โดย State Grid Corporation of China ลดต้นทุนค่าแรงงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายไฟฟ้าความเร็วสูง (HPLC), โมเดลวิเคราะห์ความผิดปกติของระบบ และเอเจนต์วิเคราะห์การสูญเสียในระบบสายส่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำโมเดลออนโทโลยี (Ontology) ทางการตลาดมาใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการตอบสนองบริการลูกค้าจากระดับหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ส่วนในตลาดต่างประเทศอย่างบราซิลนั้น การติดตั้งแพลตฟอร์มบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กและศูนย์ปฏิบัติการและบำรุงรักษาแบบรวมศูนย์ ก็ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ภาระโหลดไฟฟ้าในระดับหม้อแปลงได้อย่างเด่นชัด ยิ่งไปกว่านั้น ในการปฏิบัติงานภาคสนามประจำวัน การนำอุปกรณ์ VR, โมเดลขนาดเล็กบนอุปกรณ์ และโมเดลขนาดใหญ่บนคลาวด์มาใช้ ได้เข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยและความถูกต้องตามมาตรฐานของการทำงานหน้างาน กรณีศึกษาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์ กำลังนำพาบริษัทไฟฟ้าก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ

นิยามใหม่แห่งความเป็นผู้นำด้านมาตรฐานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

การเสริมศักยภาพ AI แบบสองทางนั้น จำเป็นต้องอาศัยมาตรฐานที่เป็นระบบ เปิดกว้าง สอดคล้องกัน และมองการณ์ไกล เพื่อผลักดันนวัตกรรมเทคโนโลยี การปฏิรูปอุตสาหกรรม และการเติบโตของระบบนิเวศธุรกิจ โดยคุณ David Sun เสนอว่า การกำหนดมาตรฐานควรดำเนินการตามกรอบ 3 ระดับ ได้แก่ "ตัวชี้วัด-สถาปัตยกรรม-เทคโนโลยี" รวมทั้งใช้มาตรฐานเป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากร การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล และการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Huawei ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำจัดตั้งโครงการพัฒนาบุคลากร "Wittgenstein Studio" เพื่อช่วยให้บริษัทไฟฟ้าลดข้อจำกัดในการเข้าถึงดิจิทัล ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ของวิศวกรไฟฟ้า และผลักดันให้วิศวกรทุกคนก้าวขึ้นมาเป็น "Mini-CEO" ที่พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในเชิงรุก เพราะมีเพียงการส่งเสริมวิศวกรไฟฟ้าให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่มีความรอบรู้ทั้งด้านดิจิทัลและ AI เท่านั้น อุตสาหกรรมไฟฟ้าจึงจะพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน เมื่อระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่กำลังก่อตัว

Huawei กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฟฟ้าให้ก้าวข้ามจากการอัปเกรดเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว สู่การปฏิรูปสองมิติ ทั้งในด้านรูปแบบการผลิตและโครงสร้างกำลังคน ซึ่งในระยะถัดไป เมื่อสถาปัตยกรรมแบบเปิดเป็นที่ยอมรับและแพร่หลาย และมีการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง อุตสาหกรรมนี้จะเข้ามาเร่งยกระดับองค์กรให้เร็วขึ้น และสร้างระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่มีความโปร่งใส อัจฉริยะ และยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับไฟฟ้าทุกกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยอาศัยการเสริมพลังแบบสองทาง


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - AI และพลังงาน สองพลังขับเคลื่อนซึ่งกันและกัน: David Sun กางโรดแมปอนาคตใหม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฟฟ้า ในงานประชุม AESIEAP CEO Conference ประจำปี 2569 http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5051349_TH51349_10