แอตแลนตา, 6 ตุลาคม 2569/PRNewswire/ -- ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยกำลังบีบให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก โดยต้องแลกมาด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การรักษาพยาบาล ความมั่นคงทางการเงิน และแผนการสำคัญสำหรับอนาคต ตามรายงานการวิจัยระดับโลกที่เผยแพร่ในวันนี้โดย Habitat for Humanity International รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า Home at What Cost? และจัดทำขึ้นจากการสำรวจประชาชนจำนวน 30,000 คนใน 22 ประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรในแต่ละประเทศ โดยพบว่า ต้นทุนที่แท้จริงของการมีที่อยู่อาศัยนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าเช่าหรือค่างวดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้คนต้องยอมสละเพื่อให้ได้มาซึ่งที่อยู่อาศัยที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านของตน

ผู้ตอบแบบสำรวจ 3 ใน 4 คน (75%) ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อยหนึ่งรายการเพื่อให้สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยได้ โดยแรงกดดันหนักหน่วงที่สุดตกอยู่กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางด้านที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อาศัยในรูปแบบการอยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการ (89%) ผู้มีรายได้น้อย (85%) และคนรุ่นใหม่ ได้แก่ คนรุ่น Gen Z และ Millennials (81%) การต้องแลกเปลี่ยนดังกล่าวส่งผลกระทบถึงสิ่งจำเป็นในชีวิต โดยผู้ตอบแบบสำรวจหนึ่งในสาม (33%) ระบุว่าต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารลง ส่วน 32% ต้องนำเงินออมหรือเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ และ 13% ต้องเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษาพยาบาลเพื่อให้สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยได้

แม้จะต้องเสียสละในลักษณะดังกล่าว แต่ครัวเรือนจำนวนมากก็ยังคงเผชิญกับความไม่มั่นคง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้คนทั่วโลก (48%) ระบุว่า หากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้นเพียงหนึ่งเรื่อง ก็อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาที่อยู่อาศัยของตนไว้ได้ ความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงยังบีบให้ผู้คนต้องยอมประนีประนอมด้านความปลอดภัย โดย 40% ระบุว่ายอมรับความเสี่ยงด้านที่อยู่อาศัยในระดับหนึ่ง เพราะไม่สามารถเข้าถึงทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าได้ ขณะเดียวกัน โดยรวมแล้ว ผู้คนยังขาดความเชื่อมั่นว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดย 56% ระบุว่า ระบบที่อยู่อาศัยในประเทศของตนมีปัญหาหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้

"บ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรต้องแลกมาด้วยสุขภาพหรืออนาคตของผู้คน บ้านควรเป็นรากฐานของสุขภาพ โอกาส และความมั่นคงทางการเงิน แต่กระนั้น ผู้คนมากกว่าครึ่งกลับเชื่อว่าระบบที่อยู่อาศัยในประเทศของตนมีปัญหา หรือพูดง่าย ๆ คือระบบดังกล่าวไม่ได้ทำงานเพื่อพวกเขา" Jonathan Reckford ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Habitat for Humanity International กล่าว "เราไม่อาจยอมรับอนาคตที่ผู้คนต้องลดมาตรฐานความคาดหวังว่าที่อยู่อาศัยควรมอบสิ่งใดให้แก่พวกเขาได้ งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดเราจึงจำเป็นต้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และชุมชนร่วมมือกันสร้างระบบที่อยู่อาศัยที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างอนาคต แทนที่จะเพียงดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในปัจจุบัน"

การมีครอบครัวล่าช้า คุณภาพชีวิตที่ถดถอย ผลกระทบของค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงบประมาณของครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตที่พวกเขาหวังจะสร้างขึ้นด้วย

  • ผู้คนมากกว่าครึ่ง (56%) ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยทำให้เป็นเรื่องยากที่จะพิจารณาเริ่มต้นสร้างครอบครัว โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 62% ในกลุ่มคนรุ่น Gen Z และ Millennials
  • พ่อแม่และผู้ปกครองเกือบ 6 ใน 10 คน (58%) กังวลว่าค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยกำลังจำกัดโอกาสของบุตรหลาน สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยกำลังทำให้ผู้คนต้องเลื่อนเหตุการณ์สำคัญในชีวิตออกไป และทำให้การสร้างความมั่นคงในระยะยาวเป็นเรื่องยากขึ้น
  • ความกังวลเกี่ยวกับการมีบ้านเป็นของตนเองในอนาคตอยู่ในระดับสูงสุดในประเทศที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ ซึ่งผู้ที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเองในแคนาดามากกว่าครึ่งหนึ่ง (56%) และเกือบครึ่งหนึ่งในสหรัฐฯ (42%) ระบุว่า พวกเขาไม่คาดหวังว่าจะมีบ้านเป็นของตนเองได้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
  • ขณะเดียวกัน ความไม่พึงพอใจต่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูงที่สุดในประเทศที่มีรายได้ประชาชาติในระดับต่ำ เช่น โกตดิวัวร์ (66%) และเอธิโอเปีย (63%) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35%
  • ผู้คนมากกว่า 1 ใน 3 (35%) ระบุว่า สถานการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของตนเป็นหนึ่งในแหล่งความเครียดที่สำคัญที่สุดในชีวิต โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจที่อาศัยในรูปแบบการอยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการและ 39% ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials)

ผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะมองว่าสถานการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของตนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านเกือบ 1.5 เท่า (28% เทียบกับ 19%)

ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 9 ใน 10 คนทั่วโลก (89%) ระบุว่า การมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีความมั่นคง ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในการกำหนดคุณภาพชีวิต ความสามารถในการรับมือกับความยากลำบาก ตลอดจนความสามารถในการดูแลตนเองและครอบครัวของผู้คน

นอกจากนี้ ความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้คน (30%) คาดว่าสภาพอากาศรุนแรงจะทำให้การใช้ชีวิตในพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นเรื่องยากขึ้นในช่วงสามปีข้างหน้า ขณะที่ 18% ระบุว่าบ้านของตนไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากสภาพอากาศรุนแรง เช่น ความร้อน ความหนาวเย็น หรือน้ำท่วมได้

รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนบุคคลทั่วไป ล้วนมีบทบาทในการทำให้มั่นใจว่าผู้คนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ช่วยขยายโอกาส แทนที่จะเป็นข้อจำกัดโอกาสเหล่านั้น โดย Habitat for Humanity เรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการให้คำมั่นด้านที่อยู่อาศัยไปสู่การสร้างแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ ผ่านความมุ่งมั่นทางการเมืองและการลงทุน พร้อมเรียกร้องให้ภาคธุรกิจขยายและพัฒนานวัตกรรมด้านทางเลือกในการจัดหาเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัย อีกทั้งเรียกร้องให้เครือข่ายพันธมิตรและองค์กรที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนหลักฐานเชิงประจักษ์ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย การจัดหาเงินทุน และกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบ ตลอดจนเรียกร้องให้บุคคลและชุมชนใช้เสียง ความรู้ความสามารถ และเครือข่ายของตน เพื่อร่วมขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนในระยะยาว

รายงานฉบับนี้ประกอบด้วยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อค้นพบดังกล่าว รวมถึงข้อมูลจำแนกตามประเทศและข้อมูลเชิงประชากร หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้หรือ Habitat for Humanity International โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ habitat.org/HomeAtWhatCost

ระเบียบวิธีวิจัย การสำรวจที่เป็นตัวแทนของประชากรในแต่ละประเทศดำเนินการขึ้นระหว่างวันที่ 10 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2569ใน 22 ประเทศ โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนจำนวน 30,758 คน งานวิจัยนี้ดำเนินการในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บาร์เบโดส บราซิล แคนาดา โกตดิวัวร์ อียิปต์ เอธิโอเปีย กัวเตมาลา อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ เคนยา เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย โปแลนด์ แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตรินิแดดและโตเบโก ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการวิจัยความคิดเห็นสาธารณะต้นฉบับที่จัดทำขึ้นตามการมอบหมายโดย Habitat for Humanity International เพื่อทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นว่าผู้คนประสบกับปัญหาด้านที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้างในชีวิตประจำวัน งานวิจัยนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยที่มีอยู่เดิม โดยก้าวข้ามตัวชี้วัดในระดับระบบ และมุ่งเก็บข้อมูลว่าที่อยู่อาศัยส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนในด้านความปลอดภัย ความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง ความมั่นคง ศักดิ์ศรี สุขภาพ โอกาสในชีวิต และความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างไร

เกี่ยวกับ Habitat for Humanity
Habitat for Humanity คือขบวนการของผู้คนทั้งในชุมชนของคุณและทั่วโลก ที่ร่วมกันสร้างชุมชนที่เจริญเติบโต เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา โดยทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีราคาเหมาะสม นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2519 ในฐานะองค์กรคริสเตียน Habitat ได้ช่วยเหลือผู้คนมากกว่า 65 ล้านคนทั่วโลกในการสร้างอนาคตของตนเองผ่านการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ องค์กรดำเนินงานด้วยการร่วมมือและทำงานเคียงข้างผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ เพื่อการสร้าง ซ่อมแซม และจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัย ด้วยการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ในการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุน ตลอดจนการผลักดันนโยบายที่ช่วยให้การก่อสร้างและการเข้าถึงที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกคน เราร่วมกันสร้างบ้าน ชุมชน และความหวัง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ habitat.org 


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - รายงานวิจัยระดับโลกฉบับใหม่ของ Habitat for Humanity เผยว่าผู้คน 3 ใน 4 ต้องลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อให้สามารถรับภาระค่าที่อยู่อาศัยได้ http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5063549_TH63549_10