โฮจิมินห์ซิตี้, เวียดนาม — Media OutReach Newswire - 16 กรกฎาคม 2569 — Fitch Ratings ได้ประกาศจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นครั้งแรกให้กับธนาคารเพื่อการพัฒนาพาณิชย์นครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Development Joint Stock Commercial Bank หรือ HDBank - รหัสหลักทรัพย์: HoSE: HDB) ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้ HDBank ก้าวขึ้นสู่กลุ่มธนาคารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงิน ความสามารถในการทำกำไร และศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคารได้อย่างชัดเจน
โดย Fitch Ratings จัดอันดับความน่าเชื่อถือ HDBank ที่ระดับ 'BB-' พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "มีเสถียรภาพ" (Stable Outlook) และยกให้เป็นธนาคารที่มีอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารเวียดนามที่ระดับ 'bb-'
อันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ 'BB-' นี้ สูงกว่าอันดับ 'B1' ที่ Moody's เคยจัดไว้ก่อนหน้านี้หนึ่งขั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและก้าวย่างที่มั่นคงของ HDBank ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางสถานะทางการเงินและคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
Fitch Ratings ระบุว่าการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธนาคาร ฐานเงินทุนที่มีเสถียรภาพ รวมถึงบทบาทที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคการธนาคารของเวียดนาม นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสของประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมธนาคารโดยรวมให้เติบโตต่อไป
สถาบันจัดอันดับแห่งนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของ HDBank ในด้านการเติบโตของสินทรัพย์รวมและยอดสินเชื่อที่ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจธนาคารรายย่อยและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Fitch Ratings คาดการณ์ว่าธนาคารจะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และการมีสถานะเงินทุนที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของเวียดนาม
นอกจากนี้ Fitch Ratings ยังเล็งเห็นว่าแผนการระดมทุนที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ HDBank จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเงินกองทุนสำรองของธนาคาร และสนับสนุนการเติบโตในระยะกลางและระยะยาวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธนาคารสามารถเข้าถึงตลาดทุนระดับโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างความหลากหลายให้กับแหล่งเงินทุนและช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงได้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน Moody's ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ HDBank จาก "มีเสถียรภาพ" (Stable) ขึ้นเป็น "เชิงบวก" (Positive) โดยระบุถึงการปรับตัวดีขึ้นของความแข็งแกร่งทางการเงิน คุณภาพสินทรัพย์ และแนวโน้มการเติบโตที่สดใส
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 HDBank รายงานผลกำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 6.107 ล้านล้านดอง (หรือประมาณ 232.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นการเติบโตถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารยังคงรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ไว้ในระดับสูงถึง 24.29% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในภาคการธนาคาร ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ตามเกณฑ์ Basel II อยู่ที่ระดับ 16.2% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ที่ 8% ถึงกว่าสองเท่า
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ธนาคารมีสินทรัพย์รวมสูงกว่า 984.2 ล้านล้านดอง (หรือประมาณ 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 2568
นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 70% พร้อมทั้งตัวชี้วัดสภาพคล่องที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง (LCR) และอัตราส่วนแหล่งเงินทุนเสถียรสุทธิ (NSFR) ซึ่งทั้งหมดต่างมีค่าเกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน Basel III
Hashtag: #HDBank #HDB

Fitch Ratings จัดอันดับเครดิต HDBank เป็นครั้งแรก พร้อมยืนยันความแข็งแกร่งของโปรไฟล์ทางการเงิน
โดย Fitch Ratings จัดอันดับความน่าเชื่อถือ HDBank ที่ระดับ 'BB-' พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "มีเสถียรภาพ" (Stable Outlook) และยกให้เป็นธนาคารที่มีอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารเวียดนามที่ระดับ 'bb-'
อันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ 'BB-' นี้ สูงกว่าอันดับ 'B1' ที่ Moody's เคยจัดไว้ก่อนหน้านี้หนึ่งขั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและก้าวย่างที่มั่นคงของ HDBank ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางสถานะทางการเงินและคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
Fitch Ratings ระบุว่าการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธนาคาร ฐานเงินทุนที่มีเสถียรภาพ รวมถึงบทบาทที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคการธนาคารของเวียดนาม นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสของประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมธนาคารโดยรวมให้เติบโตต่อไป
สถาบันจัดอันดับแห่งนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของ HDBank ในด้านการเติบโตของสินทรัพย์รวมและยอดสินเชื่อที่ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจธนาคารรายย่อยและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Fitch Ratings คาดการณ์ว่าธนาคารจะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และการมีสถานะเงินทุนที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของเวียดนาม
นอกจากนี้ Fitch Ratings ยังเล็งเห็นว่าแผนการระดมทุนที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ HDBank จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเงินกองทุนสำรองของธนาคาร และสนับสนุนการเติบโตในระยะกลางและระยะยาวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธนาคารสามารถเข้าถึงตลาดทุนระดับโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างความหลากหลายให้กับแหล่งเงินทุนและช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงได้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน Moody's ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ HDBank จาก "มีเสถียรภาพ" (Stable) ขึ้นเป็น "เชิงบวก" (Positive) โดยระบุถึงการปรับตัวดีขึ้นของความแข็งแกร่งทางการเงิน คุณภาพสินทรัพย์ และแนวโน้มการเติบโตที่สดใส
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 HDBank รายงานผลกำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 6.107 ล้านล้านดอง (หรือประมาณ 232.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นการเติบโตถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารยังคงรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ไว้ในระดับสูงถึง 24.29% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในภาคการธนาคาร ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ตามเกณฑ์ Basel II อยู่ที่ระดับ 16.2% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ที่ 8% ถึงกว่าสองเท่า
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ธนาคารมีสินทรัพย์รวมสูงกว่า 984.2 ล้านล้านดอง (หรือประมาณ 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 2568
นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 70% พร้อมทั้งตัวชี้วัดสภาพคล่องที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง (LCR) และอัตราส่วนแหล่งเงินทุนเสถียรสุทธิ (NSFR) ซึ่งทั้งหมดต่างมีค่าเกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน Basel III
Hashtag: #HDBank #HDB
The issuer is solely responsible for the content of this announcement.

ภาษาไทย
English
แสดงความเห็น