กู้เงินทำธุรกิจ มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ขออนุมัติผ่าน
คนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจครั้งแรก แล้วอยากกู้เงินจากแบงก์ มักเจอความจริงที่ขมขื่น คือถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง ทั้งที่รายได้ส่วนตัวก็พอผ่อนได้ ธุรกิจก็ดูมีอนาคต
เหตุผลเดียวที่หลายคนไม่รู้คือ แบงก์ไม่ดูแค่ตัวเลข ดูระบบและความเป็นมืออาชีพของกิจการด้วย คนที่ไปยื่นกู้แบบไม่เตรียมตัว มักโดนปฏิเสธไม่ใช่เพราะธุรกิจไม่ดี แต่เพราะแบงก์ยังไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการ
คุณลุงคนหนึ่งที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์มาเกือบสองปี รายได้เฉลี่ยเดือนละ 200,000 บาท เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อ SME ถึง 3 ครั้ง พอเตรียมตัวให้ดี ปรับระบบบัญชี เปิดบัญชีกิจการแยก พอยื่นรอบที่ 4 ผ่านฉลุย ได้วงเงิน 1.5 ล้าน
บทความนี้จะอธิบายว่ามือใหม่ในวงการธุรกิจ ควรเตรียมตัวอย่างไรให้ขอกู้ผ่านในครั้งแรก
เข้าใจสิ่งที่แบงก์มองหาก่อน
แบงก์ไม่ใช่นักลงทุน เป้าหมายคือได้เงินคืน บวกดอกเบี้ย ดังนั้นที่แบงก์ดูคือ 4 สิ่งหลัก
- ความสามารถในการจ่ายคืน ธุรกิจมีรายได้พอจ่ายค่างวดไหม
- ความน่าเชื่อถือของผู้กู้ ประวัติเครดิต พฤติกรรมทางการเงิน
- ความมั่นคงของธุรกิจ ทำมานานพอ ตลาดมั่นคง
- หลักประกัน (ถ้ามี) เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีผิดนัด
ทุกอย่างที่เตรียมก่อนยื่นกู้ ต้องตอบคำถามใน 4 ข้อนี้ให้ได้ มือใหม่ที่พลาดมักให้ข้อมูลแค่ “รายได้” แต่ไม่ได้แสดงเรื่องอื่น
ขั้นที่ 1 ทำให้ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพ
เริ่มจัดบัญชีก่อน บัญชีกิจการต้องแยกจากบัญชีส่วนตัวอย่างเด็ดขาด เงินขายเข้าบัญชีกิจการ ค่าใช้จ่ายธุรกิจหักจากบัญชีกิจการ ห้ามใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีรับเงินขายเด็ดขาด
ใช้ระบบบัญชีอย่างน้อยเป็น Excel ที่ดูแลทุกวัน บันทึก รายรับ รายจ่าย ลูกหนี้-เจ้าหนี้ ถ้าธุรกิจใหญ่หน่อย ใช้โปรแกรมบัญชี เช่น FlowAccount, PEAK, Zort
จดทะเบียนพาณิชย์หรือเป็นนิติบุคคล กิจการเล็ก ๆ จดทะเบียนพาณิชย์ที่ทะเบียนพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ใช้เวลาวันเดียว
กิจการที่มีรายได้ปีละ 1.8 ล้านขึ้นไป ควรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด) เพื่อลดภาษี เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงสินเชื่อง่ายกว่า
ใครยังไม่ค่อยเข้าใจระบบบัญชี ลองเริ่มจากระดับพื้นฐาน วิธีบันทึกรายรับรายจ่าย จะเข้าใจหลักการ ก่อนยกระดับเป็นบัญชีธุรกิจ
ขั้นที่ 2 สร้างประวัติทางการเงินที่ดี
Statement ของบัญชีกิจการเป็นเอกสารหลักที่แบงก์ดู ถ้ามีเงินเข้า-ออกสม่ำเสมอ ยอดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบงก์จะมั่นใจมาก
เทคนิคที่ใช้ได้ผล
- ใช้บัญชีกิจการเป็นบัญชีรับเงินขายเดียวเท่านั้น อย่ารับเข้าหลายบัญชี
- ค่าใช้จ่ายธุรกิจหักจากบัญชีกิจการเสมอ
- ฝากกำไรสะสมไว้บางส่วน อย่าโอนออกหมด
- เปิดบัญชีเดินสะพัด (Current Account) จะดูเป็นกิจการมากกว่าบัญชีออมทรัพย์
เก็บประวัติ Statement อย่างน้อย 6-12 เดือน ก่อนยื่นกู้ ยิ่งย้อนหลังนานยิ่งดี
ขั้นที่ 3 เสียภาษีให้ถูกต้อง
เรื่องที่หลายคนพลาดที่สุด คือไม่ยื่นภาษีกิจการ คิดว่า“กิจการเล็ก ๆ ไม่ต้องเสีย” ความจริงคือถ้าจะกู้แบงก์ ต้องเสียภาษี
เหตุผลที่แบงก์ต้องการเห็นการเสียภาษี
- เป็นหลักฐานยืนยันรายได้ของกิจการ
- ตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขในบัญชี
- แสดงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพ
- กิจการที่ไม่เสียภาษีถูกมองว่าหลบหนีกฎหมาย
กรณีบุคคลธรรมดา ยื่น ภงด. 90 หรือ 91 ทุกปี
กรณีนิติบุคคล ยื่น ภงด. 50 ทุกปี และ ภงด. 51 ปีละครั้ง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 30) ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี
ขั้นที่ 4 รักษาเครดิตส่วนตัวให้ดี
เครดิตของเจ้าของกิจการ มีผลกับการพิจารณาเสมอ แม้จะกู้ในชื่อบริษัท
ก่อนยื่นกู้ 6-12 เดือน
- ปิดหนี้บัตรเครดิตที่ค้าง หรือลดยอดให้ใช้ไม่เกิน 30%
- ผ่อนทุกอย่างตรงเวลา ไม่ขาด
- อย่าเปิดบัตรเครดิตหรือสินเชื่อใหม่ ๆ ในช่วงนี้
- ตรวจเครดิตบูโรของตัวเอง แก้ไขในจุดที่ผิด
ตรวจเครดิตบูโรได้ที่บูธของบริษัท หรือผ่านแอป NCB ค่าใช้จ่าย 100-150 บาท
ขั้นที่ 5 เตรียมเอกสารให้ครบ
เอกสารที่แบงก์ขอ
เอกสารส่วนตัวของเจ้าของกิจการ
- บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงรายได้ส่วนตัว
เอกสารกิจการ
- ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองบริษัท
- ภาษีนิติบุคคล (ภงด. 50) ย้อนหลัง 2-3 ปี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 30) 6-12 เดือนล่าสุด
- งบการเงิน (กรณีนิติบุคคล)
- Statement บัญชีกิจการ 6-12 เดือน
เอกสารแผนธุรกิจ (ถ้าขอวงเงินสูง)
- แผนการใช้เงินกู้
- ประมาณการรายได้-รายจ่ายในอนาคต
- วิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง
เอกสารหลักประกัน (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดิน บ้าน
- ทะเบียนรถ
- เอกสารหลักทรัพย์อื่น
ขั้นที่ 6 เลือกประเภทสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการ
แต่ละสินเชื่อ SME มีจุดประสงค์ต่างกัน
| ประเภท | ใช้สำหรับ | ระยะผ่อน | วงเงิน |
|---|---|---|---|
| Term Loan | ลงทุนระยะยาว ซื้อเครื่องจักร | 3-7 ปี | 1-50M |
| Working Capital | เงินทุนหมุนเวียนรายวัน | 1-3 ปี | 500K-10M |
| OD (Overdraft) | เบิกเกินบัญชี | ทบทุกปี | 500K-20M |
| Trade Finance | ส่งออก-นำเข้า | 60-180 วัน | ตามมูลค่าออเดอร์ |
ตัวเลขเป็นภาพรวมตลาด อาจต่างกันตามสถาบันการเงิน
ใช้ผิดประเภทเสียดอกเบี้ยฟรี เช่น ใช้ Term Loan มาเป็นทุนหมุนเวียน ผ่อนยาวเสียดอกตลอด หรือใช้ OD มาซื้อเครื่องจักร ผ่อนสั้นภาระหนัก
ขั้นที่ 7 เลือกแบงก์และเทียบเงื่อนไข
ยื่นกู้ 2-3 แบงก์เพื่อเทียบราคา ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะผ่อน วงเงิน เครดิตจะถูกตรวจในช่วงสั้น ๆ ไม่กระทบมาก
ดอกเบี้ยที่แบงก์เสนอ อ้างอิงจาก MRR ใครอยากต่อรอง ต้องเข้าใจที่มาก่อน ลองอ่าน MOR MRR MLR คืออะไร จะรู้ว่าตัวเลขมาจากไหน
เริ่มเปรียบเทียบจาก KKP SME Freedom ออกแบบสำหรับธุรกิจเล็ก-กลาง เปรียบเทียบกับแบงก์อื่นก่อนเลือก
เคล็ดลับเพิ่มโอกาสผ่าน
ใช้บัญชีของแบงก์ที่ยื่นกู้เป็นบัญชีกิจการ แบงก์เห็นเงินเข้า-ออกทุกวัน ความมั่นใจสูง ขอวงเงินที่เหมาะสม ไม่ขอเกินที่ต้องการ แบงก์จะมองว่ามีความรับผิดชอบ เลือกระยะผ่อนที่สมเหตุสมผล อย่ายาวเกินจำเป็น ภาระดอกเบี้ยรวมจะเยอะ เตรียมแผนธุรกิจที่ชัดเจน บอกได้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ผลตอบแทนเมื่อไหร่ จะคืนหนี้ได้อย่างไร การกู้เงินทำธุรกิจสำหรับมือใหม่ไม่ได้ยากอย่างที่กลัว แต่ต้องเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ใช้เวลา 6-12 เดือนก่อนยื่นกู้ในการจัดบ้านให้ดี จัดบัญชี เสียภาษี รักษาเครดิต พอถึงเวลายื่นจริง โอกาสผ่านจะสูงมาก และได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าด้วย
ที่มา : KKP
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
แสดงความเห็น