5 เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจ SMEs ควรใช้บริการ “ผู้ตรวจสอบบัญชี” มืออาชีพ
การให้ผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) มืออาชีพเข้ามาดูแลและตรวจสอบงบการเงิน ผู้ประกอบการหลายคนอาจมองว่าการจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เป็นสิ่งที่ต้องจ้างมาเพื่อให้สามารถนำส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพเข้ามาดูแลเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs เติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
เนื่องจากการเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีนั้นต้องได้รับการยอมรับจากสภาพวิชาชีพบัญชี โดยมีเงื่อนไข คือ จะต้องมีการฝึกหัดงานตรวจสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีเวลาฝึกหัดงานรวมกันเกินกว่า 3,000 ชั่วโมง รวมถึงจะต้องมีการทดสอบและทำแบบทดสอบให้ผ่านตามรายวิชาที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
ทาง Build me up จะพาไปเจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญว่าทำไมการใช้บริการผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจ SMEs
5 เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจ SMEs ควรใช้บริการ "ผู้ตรวจสอบบัญชี" มืออาชีพ
1. ความถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กิจการมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีและนำส่งงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รวมถึงการนำส่งภาษีต่อกรมสรรพากรให้ถูกต้องและตรงเวลา ผู้ตรวจสอบบัญชีจะช่วยตรวจดูการรับรู้รายได้ การบันทึกค่าใช้จ่าย การคำนวณค่าเสื่อมราคา และการตั้งประมาณการต่างๆ รวมถึงตรวจสอบความครบถ้วนของการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม การมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจดูความถูกต้อง จะช่วยลดความผิดพลาดทางเอกสาร
2. ป้องกันความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
การมีผู้ตรวจสอบบัญชี (CPA) มืออาชีพเข้ามาดูแล จึงเปรียบเหมือนสิ่งที่ค่อยคัดกรองความเสี่ยงให้กับกิจการ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ผู้ตรวจสอบบัญชีจะสามารถตรวจหาความผิดปกติของตัวเลข ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และมองเห็นช่องโหว่ต่างๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สรรพากรจะเห็น พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงรายการบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้กิจการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
3. รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบัญชีดิจิทัลและ e-Tax
ผู้ตรวจสอบบัญชียุคใหม่ที่มีความเป็นมืออาชีพ จะมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล สามารถทำงานร่วมกับระบบบัญชีคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบการควบคุมทั่วไปของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของกิจการ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ถูกประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์นั้นมีความถูกต้อง ปลอดภัย ไม่โดนดัดแปลงข้อมูล และถูกต้องตามระเบียบของกรมสรรพากร
4. สร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดแหล่งเงินทุน
งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับหน้ารายงานที่แสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข จากผู้ตรวจสอบบัญชี จะทำหน้าที่เป็นใบรับรองคุณภาพที่เห็นถึงความโปร่งใสของสถานะทางการเงินที่แท้จริง และระบบการจัดการที่มีมาตรฐาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความไว้วางใจ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในการอนุมัติสินเชื่อหรือการร่วมลงทุน ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าเดิมได้อีกด้วย
5. ได้รับคำปรึกษาเชิงลึกเพื่อพัฒนาระบบควบคุมภายในและต่อยอดธุรกิจ
เมื่อสิ้นสุดการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบบัญชีจะออกจดหมายเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะให้กับผู้บริหาร ซึ่งในจดหมายนี้จะระบุถึงจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในที่พบเจอ เช่น พบช่องโหว่ที่อาจทำให้เกิดการทุจริตของพนักงาน การจัดการสต็อกสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้มีสินค้าเสื่อมสภาพค้างคลังสูง หรือนโยบายการให้เครดิตลูกหนี้ที่หละหลวมจนทำให้เกิดหนี้สูญ รวมถึงการให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และผู้ตรวจสอบบัญชียังสามารถช่วยชี้แนะแนวทางในการบริหารกระแสเงินสด การวางแผนโครงสร้างภาษีที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร และกลยุทธ์การลดต้นทุนแฝงที่ไม่จำเป็นอีกด้วย
ผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างมากในการประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบระบบควบคุมภายใน พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบัญชีดิจิทัลของกิจการนั้นมีความปลอดภัย ข้อมูลไม่ถูกดัดแปลง และถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนด ทำให้สร้างความไว้วางใจให้กับสถาบันการเงินหรือนักลงทุน สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมองหาผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพ หรือต้องการปรับเปลี่ยนการทำงานหลังบ้านเข้าสู่ระบบบัญชีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
ที่มา : Build Me Up Consultant
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
แสดงความเห็น