หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก พลิกโฉมระบบนิเวศการค้าระดับโลกในพื้นที่ GBA
คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก
กว่างโจว, จีน, 14 ส.ค. 2569 /ซินหัว-เอเชียเน็ท/ดาต้าเซ็ต
การประชุมระบบนิเวศคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก (Global Cross-Border Trade Industrial Cluster Ecosystem Conference) ภายใต้แนวคิด “Converging Trade in Nansha, Connecting the Globe” (หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก) ได้มีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว โดยมีบริษัทและองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ กูเกิล (Google), ไมเดีย (Midea), ท่าเรือกว่างโจว (Guangzhou Port) และเอชเอสบีซี (HSBC) พร้อมผู้แทนจากภาคธุรกิจกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน ภายในงานมีการประกาศจัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรสำหรับระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดน รวมถึงเปิดตัวศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง นอกจากนี้ ยังมีการลงนามในโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หลายโครงการ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเขตหนานซา จากศูนย์กระจายสินค้าสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยหนานซาใช้ประโยชน์จากแนวคิด “ผนึกกำลัง 5 มิติ” (ทั้งในด้านท่าเรือขนส่ง ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน ศูนย์รวมบุคลากร และศูนย์ข้อมูล) เพื่อให้บริการหลัก 8 ด้าน ได้แก่ ศุลกากร การจัดเก็บภาษี การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดหาเงินทุน คลังสินค้า การรับรอง การค้า และโลจิสติกส์ เพื่อสร้างระบบการค้าครบวงจรในรูปแบบ “ซื้อทั่วโลก ขายทั่วโลก และเชื่อมโยงทั่วโลก” พร้อมสร้างต้นแบบการดำเนินยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area หรือ GBA)
ปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงิน: ทลายอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนเงินตราและจัดหาเงินทุนข้ามพรมแดน
เขตหนานซาได้รับการสนับสนุนจาก “มาตรการทางการเงิน 30 ประการสำหรับหนานซา” ในระดับชาติ จึงสามารถพัฒนาระบบสนับสนุนทางการเงินข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบริษัทข้ามชาติ 8 แห่งจัดตั้งพูลเงินทุน (Cash Pool) เพื่อบริหารเงินสดข้ามพรมแดนทั้งในรูปเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ และมีบริษัทมากกว่า 10,000 แห่งเปิดบัญชี FT (Free Trade) นอกจากนี้ ยังมี mBridge (Multiple Central Bank Digital Currency Bridge หรือ โครงการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลระหว่างธนาคารกลาง) เพื่อช่วยให้เงินทุนข้ามพรมแดนถึงปลายทางได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะเดียวกัน เอชเอสบีซีได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับโลกในเขตหนานซา โดยใช้ประโยชน์จากบัญชี FT, การชำระเงินหยวนข้ามพรมแดน และช่องทางด่วนสำหรับการยื่นเอกสารการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกขององค์กรต่าง ๆ
ส่วนแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ ซีเอส อินเทลลิเจนซ์ (CS Intelligence) อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชน ในการรวมข้อมูลศุลกากร การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และภาษีเข้าด้วยกัน ทำให้หลายฝ่ายแบ่งปันข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับได้ ปัจจุบัน แพลตฟอร์มดังกล่าวให้บริการแก่บริษัทการค้าต่างประเทศกว่า 5,000 แห่ง และธนาคารกว่า 30 แห่ง โดยมียอดการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์สูงกว่า 1.70 แสนล้านหยวน
และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงานได้ถึง 60% ภายในงานประชุมครั้งนี้ บริษัทต่าง ๆ ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อเชื่อมโยงช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดนเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน สำนักงานพาณิชย์หนานซาได้ร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่อและการส่งออกแห่งประเทศจีน (China Export & Credit Insurance Corporation หรือ Sinosure) ดำเนินโครงการประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออก เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเรียกเก็บเงินในต่างประเทศ และสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับบริษัทที่ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
การคุ้มครองการปฏิบัติตามกฎระเบียบตลอดวงจรธุรกิจ: สนับสนุนแบรนด์รุกขยายตลาดโลกอย่างจริงจัง
การปฏิบัติตามกฎระเบียบถือเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงอยู่ของธุรกิจที่ขยายกิจการสู่ต่างประเทศ ศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับวิสาหกิจจีนที่ออกไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ หรือ “Going Global” Comprehensive Service Center for Chinese Enterprisesซึ่งร่วมกันจัดตั้งโดยหน่วยงานในระดับประเทศ มณฑล และเทศบาล ได้เข้ามาจัดตั้งในหนานซา เพื่อให้บริการแบบครบวงจรตลอดทุกช่วงของการลงทุน ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนการลงทุน ระหว่างการลงทุน ไปจนถึงหลังการลงทุน ในส่วนบริการออฟไลน์ มีช่องบริการเฉพาะทาง 10 ช่อง ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ภาษี และกฎหมาย ขณะที่ช่องทางออนไลน์มีมินิโปรแกรมให้คำปรึกษารองรับประเทศต่าง ๆ และจองบริการ ปัจจุบัน ศูนย์ฯ ให้บริการบริษัทต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 2,700 แห่ง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศไปแล้วประมาณ 100 ครั้ง
หนานซายังเร่งส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ (AEO หรือ Authorized Economic Operator) โดยมอบเงินรางวัล 200,000 หยวน แก่บริษัทรายใหม่ที่ได้รับการรับรอง ซึ่ง ณ เดือนมิถุนายน 2569 เขตหนานซามีบริษัท AEO รวม 91 แห่ง ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของนครกว่างโจว ส่วนบริการด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบครบวงจรยังช่วยเสริมศักยภาพให้แก่ธุรกิจท้องถิ่นในการขยายสู่ตลาดโลก โดยผลิตภัณฑ์ของโทเซ็ด คังเหว่ย (Tozed Kangwei) ปัจจุบันเข้าถึงกว่า 80 ประเทศ ขณะที่โพนีดอตเอไอ (Pony.ai) ประสบความสำเร็จในการจดทะเบียนสองตลาดทั้งในตลาดแนสแด็ก (NASDAQ) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเทคโนโลยีชาร์จเร็วของเกรเทอร์ เบย์ เทคโนโลยี (Greater Bay Technology) ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ช่วยเร่งการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังได้จัดตั้งเครือข่ายบริการระดับโลกผ่านความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ยุโรปตะวันออก และภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ ขณะที่จีเอซี อินเตอร์เนชันแนล (GAC International) ได้เปิดตัวโครงการยกระดับห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรสำหรับการส่งออกรถยนต์ และศูนย์เร่งการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของกูเกิล ก็จะจัดตั้งขึ้นในนครกว่างโจว โดยมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับหนานซา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มบ่มเพาะแบรนด์ที่ต้องการโกอินเตอร์
ขับเคลื่อนด้วยรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ: บุกเบิกเศรษฐกิจโทเคน AI
สำหรับระบบ “ผนึกกำลัง 5 มิติ” ของหนานซานั้น ศูนย์ข้อมูล (Data Port) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล คอยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างท่าเรือขนส่ง ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์รวมบุคลากร ปัจจุบันบริษัทข้ามพรมแดนในพื้นที่ได้นำพนักงานดิจิทัล หรือแรงงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายตลอดกระบวนการต่าง ๆ ส่งผลให้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ หนานซาได้จัดตั้งรูตเซิร์ฟเวอร์ (Root Server) ระดับ IPv6 แห่งเดียวในจีนตอนใต้ พร้อมสำรองขีดความสามารถในการประมวลผลระดับ 10,000 PFLOPS และจัดตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งแรกของนครกว่างโจวสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลออกนอกประเทศ ทั้งนี้ หลังจากที่เขตการค้าเสรีกวางตุ้งได้ประกาศกำหนดรายการต้องห้าม (Negative List) สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนใน 2 ภาคส่วนสำคัญ
หนานซาก็ได้ออกแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว และนำกรณีการใช้งานทางธุรกิจกรณีแรกไปปฏิบัติได้จริง ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดโครงการนำร่องในการประมวลผลข้อมูลนำเข้าและบริการเกม เพื่อเปิดทางให้ข้อมูลดิจิทัลข้ามพรมแดนไหลเวียนได้อย่างไหลลื่น
เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของภาคอุตสาหกรรม ทั้งเรื่องภาระต้นทุนที่สูงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ซับซ้อนในการส่งโทเคน AI ไปต่างประเทศ ศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง (Guangdong Token Exchange and ServiceCenter) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่ เพื่อชู 5 บริการหลักที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการจัดซื้อจัดจ้างด้าน AI โดยเฉพาะ พร้อมส่งแพ็กเกจบริการรุกตลาดต่างประเทศแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) ชี้ว่า เขตหนานซาได้เปรียบอย่างมากจากการบูรณาการนโยบายข้อมูลข้ามพรมแดน เข้ากับรูปแบบการใช้งานจริงในภาคการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้หนานซามีระบบนิเวศที่สมบูรณ์พร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโทเคน AI และสร้างเส้นทางใหม่ที่โดดเด่นเพื่อพลิกโฉมการค้าดิจิทัล
ไม่ว่าจะเป็นการเร่งสปีดระบบโลจิสติกส์การขนส่ง การสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินข้ามพรมแดน การควบคุมมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการวางรากฐานเทคโนโลยีอัจฉริยะรองรับระบบดิจิทัล วันนี้ระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนของหนานซาได้ยกระดับอย่างก้าวกระโดด จากการเป็นเพียงศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง สู่การเป็นศูนย์กลางเชิงสถาบันและกฎระเบียบการค้าอย่างเต็มรูปแบบ และเนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีแรกของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 หนานซาเตรียมเดินหน้าใช้อานิสงส์จากทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า มุ่งยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก โดยอาศัยความเปิดกว้างและการบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงกลยุทธ์การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสองทางทั้ง ในและต่างประเทศ พร้อมสำรวจเส้นทางใหม่ เพื่อนำความทันสมัยแบบฉบับจีนเชื่อมโยงตลาดโลก
ที่มา : คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก
โพสต์ : บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
แสดงความเห็น